|
|||||
ประวัติความเป็นมาของวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโนคัดมาจาก
หนังสือวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน วันเสาร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระราชญาณวิสุทธิโสภณ (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) แห่งวัดป่าบ้านตาด จ. อุดรธานี ในวันนั้นหลวงตาฯได้เมตตารับถวายที่ดิน ๑๐๐ ไร่เศษ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีราว ๓๙ กิโลเมตร ริมถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค -ทองผาภูมิ หลัก ก.ม. ที่ 21 แยกเข้าไป 2 ก.ม. ที่หมู่ ๕ บ้านพุไม้แดง ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อสร้างเป็นวัดป่าสถานที่ปฏิบัติธรรมตามปฏิปทาพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ผู้มีจิตศรัทธา ถวายที่ คือ คุณดวงใจ ศรีทอง อันเกิดจากศรัทธาในคำเทศนาของหลวงตาฯ ที่วัดป่าบ้านตาด จากความตอนหนึ่งว่า "เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็มีแต่กิเลสเข้าไปครอบครอง จะหาที่สร้างวัดไม่มี" คุณดวงใจจึงได้ ปรึกษากับคุณแม่สำลี ซึ่งขณะนั้นกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดด้วยกัน คุณแม่ก็สนับสนุนว่าเหมาะสมดี จะได้เป็นประโยชน์ในการจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบไป (ภายหลังได้ถวายเพิ่มเติมจนเป็นเนื้อที่ปัจจุบัน 284 ไร่เศษใน อาณาเขตล้อมรั้ว ๒,๒๕๖ ตารางเมตร) ต่อมาหลวงตามหาบัว จึงได้มีบัญชาให้ "พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร" (พระอาจารย์ภูสิต จันทร์ ขันติธโร เป็นศิษย์ของหลวงตาผู้หนึ่ง ได้เคยอุปัฏฐากรับใช้หลวงตา ณ วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ในช่วง พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๒๙ และได้รับบัญชาจากหลวงตาให้ไปอยู่ทางจังหวัดกาญจนบุรี ท่านได้ไปสร้างวัดป่า ณ ถ้ำภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ) ไปดูสถานที่ว่ามีความเหมาะสมในการสร้างวัดหรือไม่อย่างไร วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗ พระอาจารย์จันทร์้เข้าไปกราบนมัสการหลวงตาที่สำนักสงฆ์สวน แสงธรรม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เพื่อพาคณะศิษย์อันประกอบด้วยผู้พิพากษา ทนายความ แพทย์ วิศวกร ตำรวจตระเวนชายแดน ราษฎรในพื้นที่พร้อมด้วยเจ้าของที่ดิน ไปดูสถานที่ที่ได้รับการถวายเป็นครั้งแรกและ ได้เข้าไปสำรวจอีกหลายครั้ง ซึ่งการเดินทางครั้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยังไม่มีเส้นทางถนน เข้าสู่พื้นที่โดยเฉพาะ ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน แต่ทางคณะฯ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ จัดทำผัง ถ่ายรูป และหาข้อมูลที่ต้องการสภาพพื้นที่โดยธรรมชาติเป็นที่ลาดเอียงเล็กน้อย มีเนินเขา ๓ ลูกต่อเนื่องกัน ตั้งอยู่ค่อน ไปทางทิศตะวันออก ทิวทัศน์โดยรอบจะมองเห็นทิวเขารายรอบอยู่ไกลๆ ลักษณะของดิน ดินชั้นบนมีสีค่อน ข้างน้ำตาล-แดง ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินขาวและหินปูน ต้นไม้มีขนาดเล็ก ต้นไม่ใหญ่ ไม่ค่อยมีเพราะถูกโค่น ถางไปก่อนแล้ว มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่บ้าง เช่นกระต่าย ไก่ป่า เก้ง เสือดำ ฯลฯ บริเวณข้างเคียง เป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่นมันสำปะหลัง มีหมู่บ้านพุไม้แดงอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกประมาณ ๓ กิโลเมตร พระอาจารย์จันทร์และ คณะศิษย์พิจารณาแล้วเห็นว่าภูมิประเทศเหมาะสม ที่จะสร้างวัดทั้งยังได้ผนวก พื้นที่เนินเขาสามลูกที่ติดกับ ที่ดิน ๑๐๐ ไร่เศษนี้ด้วย ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านต่างก็อนุโมทนา เนื่องจากยังไม่มีวัดป่า อยู่ในละแวกนั้นหาก มีวัดตั้งอยู่จะเป็นการช่วยอนุรักษ์ป่าจะได้มีการปลูกป่าฟื้นฟู สภาพป่าต่อไป พระอาจารย์จันทร์ได้กราบเรียน หลวงตามหาบัวตามสภาพความเป็นจริงที่ได้พบมา ท่านจึงได้มอบหมายได้พระอาจารย์จันทร์เป็นผู้ดำเนิน งานจัดสร้างวัดในสถานที่แห่งนี้ และถ้ามีปัญหาอย่างใดท่านพร้อมที่จะให้คำปรึกษาแนะนำ โดยสมเด็จพระ มหามุนีวงศ์ วัดนรนาถสุนทริการาม เทเวศร์ กรุงเทพฯ ได้เมตตารับเป็นองค์อุปถัมภ์ต่อมา พระอาจารย์จันทร์ได้เข้าไปปักกลดในพื้นที่ที่จะสร้างวัดและร่วมกับราษฎร เริ่มพัฒนาพื้นที่โดยการปรับพื้นที่สร้างศาลาขนาด เล็กมุงด้วยแฝก กุฏิชั่วคราว ห้องน้ำ และขุดสระน้ำโดยนำดินที่ขุดขึ้นมาใช้ทำถนนเป็นทางเข้าวัด จากสภาพ พื้นที่ซึ่งค่อนข้างกันดารไม่มีแหล่งน้ำ ได้มีชาวบ้านซึ่งมีความ ศรัทธาได้ใช้รถบรรทุกน้ำมาถวายเพื่อใช้ทุกๆ สองวัน ต่อมาศิษย์และพระลูกวัดจากวัดป่าถ้ำภูเตย ได้มาช่วยในการ พัฒนาวัด และออกบิณฑบาตโปรดชาว บ้านในหมู่บ้านพุไม้แดง ซึ่งอยู่ห่างออกไปสามกิโลเมตร ทุกวัน วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ น.พ.สมศักดิ์ วัฒนศรี ได้เป็นตัวแทนของคณะศิษย์นำความเข้ากราบ เรียน หลวงตามหาบัวที่สวนแสงธรรมเพื่อขอประทานชื่อวัดและหลวงตาฯ ได้เมตตาให้ชื่อว่า "วัดป่าหลวงตาบัว" วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ที่วัดป่าบ้านตาด หลวงตาได้เมตตาประทานปัจจัยจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นมงคลเบื้องต้น โดยมอบให้พระอาจารย์จันทร์เพื่อดำเนินการสร้างวัดป่าฯ และท่านได้กล่าวเพิ่มเติม "ทุกอย่าง ได้มอบให้หมดแล้ว ทั้งที่ดินและชื่อวัด ทั้งเงินทุนเริ่มแรกไปดำเนินปฏิปทาครูบาอาจารย์ให้ตรงให้ ถูกต้อง" ซึ่งในเวลาต่อมา หลวงตายังให้เมตตามอบปัจจัยเพิ่มเติมในการดำเนินการฯ อีกดังนี้ คือ ในวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ หลวงตาฯ มอบปัจจัยดำเนินการ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และปีถัดมา ในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงตาฯ มอบปัจจัยดำเนินการ ๓๐๖,๕๖๔ บาท รวมเป็นปัจจัยทั้งหมดทั้งสามครั้งของทุนเริ่มแรกสำหรับการสร้างวัด ๒,๓๐๖,๕๖๔ บาท วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ คุณดวงใจ ศรีทองเข้ากราบเรียนหลวงตาฯ ณ สวนแสงธรรมถึง ความคืบหน้า ในการสร้างวัดฯ หลวงตาฯ จึงให้ชื่อวัดโดยสมบูรณ์ว่า "วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน" วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ หลวงตาได้มีเมตตาเดินทางไปเยี่ยมวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน เป็นครั้งแรก และได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้ที่วัด 1 ต้น เป็นปฐมฤกษ์ ท่านได้ปรารภว่า "นี่สร้างวัดนี้แล้ว มันก็เป็นประ- โยชน์กว้างขวางเป็นหัวใจคน คือวัดเป็นหัวใจชาวพุทธเรา ที่นี่เป็นที่เหมาะสมด้วยการเข้าออกไม่ลำบากลำบน ภาวนาสบายๆ" วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ข้าราชการ พลเรือน ตชด. และอาจารย์ คณะนักศึกษา จาก สถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล ได้ร่วมกันปลูกป่าขึ้นเป็นครั้งแรก วันเสาร์ที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะศิษย์ฯ ได้จัดให้มีการทอดกฐินขึ้นเป็นครั้งแรก จัดทำ โครงการสร้างเสริมพระเกียรติคุณ พ่อแม่ครูอาจารย์ร่วมเทอดพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี วันเสาร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นวันอุดมมงคลที่หลบวงตาฯ ได้เมตตาเป็นประธาน ในพิธีเท ทองหล่อ "พระพุทธกาญจนาภิเษก" พระพุทธปฏิมาประธานแห่งวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ณ สำนักสงฆ์สวน แสงธรรม พุทธมณฑลสาย ๓ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งที่มาแห่งองค์พระพุทธปฏิมา ประธานนี้มาจาก ฯพณฯ ดร.เชาวน์ ณ ศิลวันต์ องคมนตรีได้แจ้งให้พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร เจ้าอาวาสทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างพระพุทธรูปประธานขนาด ใหญ่พระราชทาน แด่หลวงตาฯ (เป็นชื่อที่นิยมเรียกในหมู่ศิษย์ของพระราชญาณวิสุทธิโสภณ) เพื่อเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการส่วนพระองค์โดยได้กำชับให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็น ค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทรงอธิษฐาน ให้หายจากพระอาการประชวรด้วยโรคทางพระหทัยพร้อมกับพระ ราชทานนามว่า "พระพุทธกาญจนาภิเษก" การนี้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหานายช่างออกแบบและ ควบคุมการหล่อเป็นพิเศษ เพื่อให้งานสร้าง พระพุทธรูปเสร็จตรงตามพระราชประสงค์ทุกประการ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงพ่อพระอาจารย์จันทร์ ได้อัญเชิญ พระพุทธกาญจนาภิเษก จาก โรงหล่อไปประดิษฐาน ณ วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี |
|
||||
|
|||||