แนวทางพัฒนาวัดป่าหลวงตาบัว
ญาณสัมปันโน
คัดมาจาก
หนังสือวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน
1.งานหลักคือฝึกจิตภาวนา นั่ง นอน ยืน
เดิน อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา ชำระกิเลส จากใจ ตามคำสั่งสอนของพระพ่อแม่ครูอาจารย์พระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโต และพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน
2.การปกครองคณะสงฆ์ภายในวัดและงานภายในวัดขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส หรือผู้ที่ได้รับจากเจ้าอาวาสถือเป็นเรื่องของคณะสงฆ์เท่านั้น
จะไม่มีการแต่งตั้งกรรมการวัด ดังวัดทั่วไป
3. มุ่งอนุรักษืป่าธรรมชาติ ห้ามมิให้มีการก่อสร้างใดๆ ที่ทำลายสภาพแวดล้อมและป่าธรรมชาติ
คือ ให้มีการก่อสร้างเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาต้นไม้และสัตว์ให้อยู่ตามธรรมชาติ
4. หากมีข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นให้นำเอาหลักปฏิบัติของวัดป่าบ้านตาด และคำสั่งสอนของท่านพระอาจารย์มหาบัว
ญาณสัมปันโน ที่ท่านนำพาปฏิบัติ มาตัดสินปัญหานั้นๆ
5. ห้ามให้มีการต่อไฟฟ้าทุกชนิดและนำเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกของฆราวาส
เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้่าต่างๆ มีโทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น แอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์
โทรศัพท์ โทรสาร เครื่องวิทยุมือถือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ห้ามทั้งพระภิกษุและสามเณรมีไว้ในครอบครอง
หรือ รับถวาย และห้ามมีไว้เป็นสมบัติของวัดเด็ดขาด
6. การสงเคราะห์สาธารณะ และให้ความร่วมมือกับทางราชการหรือสงเคราะห์บุคคล
เช่น โรงเรียน นักเรียน พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้ทำได้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสเป็นคราวๆไป
เท่าที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น แต่ต้องไม่เป็นเหตุให้เสียงานจิตภาวนา โดยอาศัยหลักที่ท่านอาจารย์หลวงตามหาบัว
ญาณสัมปันโน พาดำเนินมา
7. กิจนิมนต์ต่างๆ ของพระไม่มี มุ่งแต่งานภาวนาไหว้พระสวดมนต์ หากมีผู้ประสงค์นอกนั้นและมีความจำเป็นในเรื่องใด
ให้ขออนุญาตจากเจ้าอาวาสเป็นครั้งคราว โดยมิให้ผิดข้อวัตรปฏิบัติของวัดป่าพระกรรมฐานเด็ดขาด
8. การเข้ามาปฏิบัติธรรมของคนทั่วไปที่มีจิตศรัทธา
ให้ขออนุญาตเจ้าอาวาส ครั้งหนึ่งๆอยู่ปฏิบัติได้ไม่เกิน ๓-๗ วัน จากนนั้นให้ออกไปแล้วจึงกลับมาเข้าปฏิบัติอีก
(สำหรับสุภาพสตรีต้องมาเป็นหมู่คณะและมีสุภาพบุรุษปะปนมากับกลุ่มเพื่อความสะดวกในการดูแล)
สำหรับผู้มาบวชเป็นพระสงฆ์ที่วัดนี้ ใหถือปฏิบัติบวชผ้าขาวก่อน มีการถือศีลแปด
และพำนักปฏิบัติที่วัดป่าหลวงตาบัวนี้อย่างน้อย 15 วันก่อนและไปบวชในวัดธรรมยุตินิกาย
|
 |
เกี่ยวกับวัดป่าหลวงตาบัวฯ |
|
วัดป่าหลวงตาบัว
ญาณสัมปันโน
ได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงตามหาบัว จวบจนได้รับชื่อของหลวงตา นำมาตั้งเป็นชื่อวัดป่าแห่งนี้
เป็นศาสนสถานที่พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสมาทำประโยชน์สุขให้เกิดแก่
ตนเองและสรรพสัตว์ทั้งหลาย |
|